ยาทำแท้ง Mifepristone และ Misoprostol เป็นยาคู่ที่องค์การอนามัยโลก (WHO) รับรองว่าปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสำหรับการยุติการตั้งครรภ์ในระยะแรก โดย Mifepristone จะยับยั้งฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของครรภ์ ขณะที่ Misoprostol กระตุ้นให้มดลูกบีบตัวและขับเนื้อเยื่อออกมา ในประเทศไทย ยาทั้งสองตัวสามารถใช้ได้ถูกกฎหมายสำหรับอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ตั้งแต่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 และต้องได้รับการสั่งจ่ายจากแพทย์ที่มีใบอนุญาตเท่านั้น
ยาทำแท้ง Mifepristone Misoprostol ทำงานอย่างไร คืออะไร
Mifepristone (ไมเฟพริสโตน) และ Misoprostol (ไมโซพรอสทอล) เป็นยาสองตัวที่ใช้ร่วมกันเพื่อยุติการตั้งครรภ์ด้วยวิธีทางยา โดยไม่ต้องผ่าตัด กลไกการทำงานของยาทั้งสองแตกต่างกันแต่เสริมฤทธิ์กัน
Mifepristone เป็นยาที่ออกฤทธิ์ยับยั้งฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (progesterone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่จำเป็นต่อการรักษาสภาพของผนังมดลูกให้เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของครรภ์ เมื่อไม่มีฮอร์โมนนี้หล่อเลี้ยง เยื่อบุผนังมดลูกจะหยุดหนุนการตั้งครรภ์และเริ่มหลุดลอก
Misoprostol เป็นยาที่กระตุ้นให้มดลูกบีบตัว (uterine contractions) คล้ายกับการมีประจำเดือน หรือการคลอดบุตร ทำให้ปากมดลูกเปิดกว้างขึ้นและขับเนื้อเยื่อครรภ์ออกมาทางช่องคลอด ยานี้มักให้ 24-48 ชั่วโมงหลังจาก Mifepristone เพื่อให้เกิดผลสูงสุด
การใช้ยาทั้งสองร่วมกันมีประสิทธิภาพสูงถึง 95-98% สำหรับอายุครรภ์ไม่เกิน 10 สัปดาห์ตามข้อมูลจาก WHO และการศึกษาทางคลินิกหลายฉบับ ในประเทศไทย ยาทั้งสองต้องได้รับจากแพทย์ที่มีใบอนุญาตเท่านั้น การซื้อยาจากช่องทางออนไลน์หรือแหล่งที่ไม่ผ่านการรับรองไม่ปลอดภัยและผิดกฎหมาย
ขั้นตอนและสิ่งที่คาดหวัง
กระบวนการยุติการตั้งครรภ์ด้วยยา Mifepristone และ Misoprostol มีขั้นตอนที่ชัดเจน โดยแพทย์จะให้คำแนะนำตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข
ขั้นตอนที่ 1: รับยา Mifepristone
- รับประทานเม็ดยา Mifepristone 200 มิลลิกรัม 1 เม็ด ต่อหน้าแพทย์หรือตามคำแนะนำ
- หลังรับประทาน อาจรู้สึกคลื่นไส้เล็กน้อย แต่ส่วนใหญ่ยังไม่มีเลือดออก
- บางคนอาจเริ่มมีเลือดออกเล็กน้อยภายใน 24 ชั่วโมง แต่ยังไม่ใช่การขับครรภ์
ขั้นตอนที่ 2: รับยา Misoprostol (24-48 ชั่วโมงหลังจาก Mifepristone)
- วางยา Misoprostol 4 เม็ด (800 ไมโครกรัม) ใต้ลิ้นหรือที่แก้มให้ละลาย หรือใส่ในช่องคลอดตามคำแนะนำของแพทย์
- ภายใน 1-4 ชั่วโมง มดลูกจะเริ่มบีบตัวและมีเลือดออกพร้อมลิ่มเลือด
- การเจ็บครรภ์คล้ายปวดประจำเดือนรุนแรง อาจต้องใช้ยาแก้ปวดเช่น Ibuprofen
- เลือดออกมากที่สุดใน 3-5 ชั่วโมงแรก จากนั้นค่อยๆ ลดลง
ขั้นตอนที่ 3: ติดตามอาการ
- เลือดออกและเจ็บครรภ์จะค่อยๆ ลดลงใน 1-2 วัน
- อาจมีเลือดออกน้อยๆ ต่อเนื่องเป็นเวลา 1-4 สัปดาห์
- นัดตรวจติดตามกับแพทย์หลังจาก 7-14 วัน เพื่อยืนยันว่าครรภ์ถูกขับออกหมดแล้ว
สิ่งที่ควรเตรียมไว้: ผ้าอนามัยแบบซับมาก ยาแก้ปวด แผ่นประคบร้อนหรือเย็น น้ำดื่มเพียงพอ และควรมีคนดูแลอยู่ใกล้ๆ โดยเฉพาะในวันที่รับยา Misoprostol
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย vs สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที
การใช้ยาทำแท้งอาจมีผลข้างเคียงที่เป็นเรื่องปกติและคาดการณ์ได้ แต่บางอาการอาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อนที่ต้องได้รับการดูแลทันที
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยและเป็นเรื่องปกติ:
- ปวดท้อง ปวดเกร็งคล้ายประจำเดือน (รุนแรงกว่าปกติ)
- เลือดออกมากกว่าประจำเดือนพร้อมลิ่มเลือด
- คลื่นไส้ อาเจียน (พบประมาณ 40-50%)
- ท้องเสีย ท้องร่วง (พบประมาณ 20-30%)
- มีไข้ต่ำ ร่างกายหนาวสั่น ในช่วง 1-2 ชั่วโมงหลังรับยา Misoprostol
- ปวดหัว เหนื่อยล้า เวียนศีรษะ
อาการเหล่านี้มักจะดีขึ้นเองภายใน 24-48 ชั่วโมง สามารถใช้ยาแก้ปวดเช่น Ibuprofen หรือ Paracetamol ได้ตามคำแนะนำของแพทย์
สัญญาณอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที (โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉิน):
- เลือดออกมากผิดปกติ — เปลี่ยนผ้าอนามัยที่ซับเต็มทุก 30 นาทีติดต่อกันนานกว่า 2 ชั่วโมง
- ไข้สูงต่อเนื่อง — ไข้เกิน 38°C นานกว่า 24 ชั่วโมง หรือมีอาการไข้สูงพร้อมหนาวสั่นรุนแรง
- ปวดท้องรุนแรงที่ยาแก้ปวดไม่ช่วย — อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อหรือภาวะแทรกซ้อน
- ตกขาวมีกลิ่นเหม็น — อาจบ่งชี้ถึงการติดเชื้อในมดลูก
- อาเจียนรุนแรงจนไม่สามารถดื่มน้ำได้
- ไม่มีเลือดออกเลยภายใน 24 ชั่วโมงหลังรับ Misoprostol
ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงจากการใช้ยาทำแท้งเกิดขึ้นน้อยมาก (น้อยกว่า 1%) หากได้รับยาจากแพทย์และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
การดูแลตัวเองหลังการยุติการตั้งครรภ์
การดูแลตัวเองที่เหมาะสมหลังใช้ยาทำแท้งช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนและช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วขึ้น
สัปดาห์แรก:
- พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงกิจกรรมหนัก ยกของหนัก หรือออกกำลังกายรุนแรง
- ใช้ผ้าอนามัยแบบปกติ ห้ามใช้ผ้าอนามัยแบบสอดหรือแทมพอน เป็นเวลา 2 สัปดาห์เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อ
- รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็ก เช่น เนื้อแดง ตับ ผักใบเขียว เพื่อชดเชยเลือดที่สูญเสีย
- ดื่มน้ำอย่างน้อย 2-3 ลิตรต่อวัน
- สามารถอาบน้ำได้ตามปกติ แต่หลีกเลี่ยงการแช่ตัวในอ่างน้อมหรือสระว่ายน้ำ
การมีเพศสัมพันธ์:
- หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ หรือจนกว่าเลือดจะหยุด
- ร่างกายสามารถตกไข่ได้อีกครั้งเร็วมาก (ภายใน 2 สัปดาห์) จึงต้องเริ่มคุมกำเนิดทันทีหากไม่ต้องการตั้งครรภ์
- สามารถเริ่มใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด ยาฝัง ยาฉีด หรือห่วงอนามัยได้ทันทีตามคำแนะนำของแพทย์
สัญญาณทางจิตใจ:
- อารมณ์อาจผันผวนเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
- บางคนอาจรู้สึกโล่งใจ บางคนอาจรู้สึกเศร้าหรือเครียด — ทั้งหมดเป็นเรื่องปกติ
- หากรู้สึกเครียดหรือกังวลมาก สามารถขอคำปรึกษาทางจิตใจผ่านสายด่วน 1663 หรือจากทีมแพทย์
นัดตรวจติดตาม:
แพทย์จะนัดตรวจติดตามภายใน 1-2 สัปดาห์เพื่อตรวจสอบว่าครรภ์ถูกขับออกหมดแล้วด้วยอัลตราซาวนด์ หากยังมีเนื้อเยื่อคงค้างอาจต้องใช้ยาเพิ่มหรือทำหัตถการทางการแพทย์
คำถามที่พบบ่อย
ยา Mifepristone และ Misoprostol ทำงานอย่างไรในการยุติการตั้งครรภ์?
Mifepristone ยับยั้งฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่จำเป็นต่อการรักษาครรภ์ ทำให้เยื่อบุมดลูกหลุดลอก จากนั้น Misoprostol กระตุ้นให้มดลูกบีบตัวและขับเนื้อเยื่อครรภ์ออกมาทางช่องคลอด การใช้ยาทั้งสองร่วมกันมีประสิทธิภาพสูงถึง 95-98% สำหรับอายุครรภ์ไม่เกิน 10 สัปดาห์
การใช้ยาทำแท้งมีความปลอดภัยหรือไม่?
องค์การอนามัยโลก (WHO) รับรองว่ายา Mifepristone และ Misoprostol ปลอดภัยเมื่อได้รับการสั่งจ่ายจากแพทย์และใช้ตามคำแนะนำ ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงเกิดขึ้นน้อยกว่า 1% ส่วนใหญ่เป็นผลข้างเคียงที่คาดการณ์ได้เช่น เจ็บครรภ์ เลือดออก คลื่นไส้ และหายได้เองภายใน 1-2 วัน
ใช้ยาทำแท้งได้ถึงอายุครรภ์กี่สัปดาห์?
ในประเทศไทย การทำแท้งด้วยยาถูกกฎหมายและมีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับอายุครรภ์ไม่เกิน 10 สัปดาห์ สำหรับอายุครรภ์ 10-12 สัปดาห์ ยังสามารถใช้ได้แต่อาจต้องปรับขนาดยาหรือทำซ้ำ หลังจาก 12 สัปดาห์ แพทย์อาจแนะนำวิธีอื่นเช่นการขูดมดลูกหรือการดูดสุญญากาศ
หลังจากใช้ยาทำแท้ง เมื่อไหร่จะสามารถตั้งครรภ์ได้อีก?
ร่างกายสามารถตกไข่และตั้งครรภ์ได้อีกครั้งเร็วมาก บางคนตกไข่ภายใน 2 สัปดาห์หลังใช้ยา จึงควรเริ่มใช้วิธีคุมกำเนิดทันทีหากไม่ต้องการตั้งครรภ์ หากต้องการตั้งครรภ์อีกครั้ง แพทย์แนะนำให้รอจนกว่าประจำเดือนจะกลับมาปกติ (ประมาณ 4-6 สัปดาห์) เพื่อให้มดลูกฟื้นตัวเต็มที่
สามารถรับบริการยุติการตั้งครรภ์ได้ที่ไหนในประเทศไทย?
สามารถรับบริการได้ที่โรงพยาบาลรัฐและเอกชนที่เข้าร่วมเครือข่าย RSA (Reproductive System Alliance) ของกรมอนามัย ตรวจสอบรายชื่อสถานพยาบาลได้ที่ rsathai.org หรือติดต่อสายด่วนกรมอนามัย 1663 สำหรับคำปรึกษาและข้อมูลสถานที่ใกล้บ้านคุณ บริการภายใต้สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าไม่มีค่าใช้จ่าย
ค่าใช้จ่ายในการทำแท้งเท่าไหร่?
หากใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) บริการยุติการตั้งครรภ์ไม่มีค่าใช้จ่ายที่โรงพยาบาลรัฐและสถานพยาบาลในเครือข่าย RSA สำหรับผู้ที่ไม่มีสิทธิหลักประกัน ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 3,000-8,000 บาท สำหรับยาทำแท้ง และ 5,000-15,000 บาท สำหรับการขูดหรือดูดสุญญากาศ ขึ้นอยู่กับอายุครรภ์และสถานพยาบาล
อาการข้างเคียงของยาทำแท้งมีอะไรบ้างที่เป็นเรื่องปกติ?
อาการข้างเคียงที่พบบ่อยและเป็นเรื่องปกติ ได้แก่ ปวดเกร็งท้อง เลือดออกพร้อมลิ่มเลือด คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย มีไข้ต่ำและหนาวสั่นในช่วงแรก ปวดหัว และเหนื่อยล้า อาการเหล่านี้มักดีขึ้นเองภายใน 1-2 วัน แต่หากมีไข้สูงต่อเนื่อง เลือดออกมากผิดปกติ หรือปวดท้องรุนแรงที่ยาแก้ปวดไม่ช่วย ต้องพบแพทย์ทันที
หากใช้ยาทำแท้งแล้วไม่สำเร็จ จะเกิดอะไรขึ้น?
ในกรณีที่ครรภ์ไม่ถูกขับออกหมด (พบประมาณ 2-5%) แพทย์จะนัดตรวจติดตามด้วยอัลตราซาวนด์ภายใน 1-2 สัปดาห์ หากพบว่ายังมีเนื้อเยื่อคงค้าง แพทย์อาจให้ยา Misoprostol เพิ่มอีกครั้ง หรือแนะนำให้ทำหัตถการขูด/ดูดสุญญากาศเพื่อป้องกันการติดเชื้อ สิ่งสำคัญคือต้องเข้ารับการตรวจติดตามตามนัดทุกครั้ง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565
- เครือข่าย RSA กรมอนามัย — rsathai.org
- สายด่วนกรมอนามัย 1663



