← กลับไปหน้าบทความสุขภาพ

ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการทำแท้งในไทย: ข้อเท็จจริงที่คุณควรรู้

โดย ทีมเนื้อหา Abortion Thailand·13 มิถุนายน 2569
ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการทำแท้งในไทย: ข้อเท็จจริงที่คุณควรรู้

การทำแท้งในประเทศไทยถูกกฎหมายแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 โดยอนุญาตให้ยุติการตั้งครรภ์ได้โดยไม่มีเงื่อนไขหากอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความเชื่อผิดๆ มากมายที่ทำให้ผู้หญิงไม่สามารถเข้าถึงบริการที่ถูกกฎหมายได้อย่างเต็มที่ บทความนี้จะช่วยแยกแยะข้อเท็จจริงจากความเข้าใจผิดที่พบบ่อย

ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการทำแท้งในไทย คืออะไร

ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการทำแท้งในไทย คือข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือล้าสมัยเกี่ยวกับกฎหมาย วิธีการ และผลกระทบของการยุติการตั้งครรภ์ ซึ่งยังคงแพร่หลายในสังคมไทยแม้กฎหมายจะเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ความเชื่อเหล่านี้มักเกิดจากการขาดข้อมูลที่ถูกต้อง ตราบาปทางสังคม และการสื่อสารที่ไม่ชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ความเชื่อผิดที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่:

  • "การทำแท้งผิดกฎหมายทุกกรณี" — ไม่ถูกต้อง กฎหมายปัจจุบันอนุญาตให้ยุติการตั้งครรภ์ได้โดยไม่มีเงื่อนไขหากอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ และสามารถทำได้ถึง 20 สัปดาห์หลังรับคำปรึกษา กรณีพิเศษทำได้ทุกอายุครรภ์
  • "ต้องแจ้งความก่อนถึงจะทำแท้งได้หากตั้งครรภ์จากการถูกข่มขืน" — ไม่จำเป็น กฎหมายไม่บังคับให้แจ้งความก่อน แพทย์สามารถให้บริการได้ทันทีหากผู้รับบริการแจ้งว่าตั้งครรภ์จากการถูกละเมิด
  • "การทำแท้งทำให้เป็นหมันหรือมีลูกยากในอนาคต" — ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์รองรับ หากทำโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตและมีการดูแลหลังหัตถการที่เหมาะสม ความสามารถในการมีบุตรในอนาคตไม่ได้รับผลกระทบ
  • "ยาทำแท้งซื้อเองได้ทางออนไลน์" — ผิดกฎหมายและอันตราย ยา Mifepristone และ Misoprostol เป็นยาควบคุมพิเศษที่ต้องได้รับใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น การใช้ยาโดยไม่มีคำแนะนำทางการแพทย์อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง
  • "โรงพยาบาลรัฐไม่ให้บริการทำแท้ง" — ไม่ถูกต้อง ปัจจุบันมีโรงพยาบาลในเครือข่าย RSA กว่า 1,300 แห่งทั่วประเทศที่ให้บริการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยและถูกกฎหมาย
  • "การทำแท้งเจ็บปวดมากและมีความเสี่ยงสูง" — ไม่ถูกต้องหากทำโดยแพทย์ การยุติการตั้งครรภ์สมัยใหม่มีทั้งวิธียาและหัตถการที่มีความปลอดภัยสูง อัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงต่ำกว่า 1%

ความเชื่อผิดเหล่านี้สร้างอุปสรรคต่อการเข้าถึงบริการที่ถูกกฎหมาย ทำให้ผู้หญิงบางคนหันไปใช้วิธีการที่ไม่ปลอดภัยซึ่งเสี่ยงต่อสุขภาพและชีวิต การรับรู้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญในการตัดสินใจที่มีข้อมูล

ขั้นตอนและสิ่งที่คาดหวัง

การเข้ารับบริการยุติการตั้งครรภ์ที่ถูกกฎหมายในประเทศไทยมีขั้นตอนที่ชัดเจนและปลอดภัย ไม่ซับซ้อนเหมือนที่หลายคนเข้าใจผิด การทราบล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้นช่วยลดความวิตกกังวลและเตรียมตัวได้อย่างเหมาะสม

ขั้นตอนทั่วไปมีดังนี้:

  • การปรึกษาและประเมินเบื้องต้น — แพทย์จะซักประวัติทางการแพทย์ ตรวจร่างกายเบื้องต้น และทำอัลตราซาวด์เพื่อยืนยันอายุครรภ์ ระยะนี้แพทย์จะอธิบายทางเลือกต่างๆ ให้ข้อมูลที่ครบถ้วน และตอบคำถามทั้งหมด
  • การรับคำปรึกษาทางเลือก (สำหรับอายุครรภ์ 12-20 สัปดาห์) — ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2565 ผู้รับบริการจะได้รับคำปรึกษาจากทีมสหวิชาชีพเกี่ยวกับทางเลือกต่างๆ โดยไม่มีการบังคับหรือชี้นำ หลังจากนั้นต้องมีระยะเวลาพิจารณา 2-7 วัน
  • การเลือกวิธีการ — มี 2 วิธีหลัก: (1) วิธียา (Medical abortion) ใช้ยา Mifepristone และ Misoprostol เหมาะสำหรับอายุครรภ์ไม่เกิน 10 สัปดาห์ (2) วิธีหัตถการ (Surgical abortion) เช่น Manual Vacuum Aspiration (MVA) หรือ Dilation and Curettage (D&C) ใช้สำหรับอายุครรภ์มากกว่า
  • การทำหัตถการหรือการรับยา — ทั้งสองวิธีทำโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาต สำหรับวิธียา ผู้รับบริการจะรับยาชุดแรกที่สถานพยาบาล และอาจรับยาชุดที่สองกลับไปใช้ที่บ้านหรือกลับมาทำที่โรงพยาบาล ส่วนวิธีหัตถการจะทำที่สถานพยาบาลและใช้เวลาประมาณ 5-15 นาที
  • การนัดติดตาม — โดยปกติจะนัดตรวจติดตามหลังหัตถการ 1-2 สัปดาห์เพื่อยืนยันว่าครรภ์ถูกยุติสมบูรณ์และไม่มีภาวะแทรกซ้อน แพทย์จะให้คำแนะนำเรื่องการคุมกำเนิดเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ที่ไม่ต้องการในอนาคตด้วย

ค่าบริการโดยทั่วไปอยู่ในช่วง 3,000-15,000 บาท ขึ้นอยู่กับอายุครรภ์และวิธีการที่เลือก โรงพยาบาลรัฐบางแห่งอาจให้บริการฟรีหรือคิดค่าบริการต่ำกว่าสถานพยาบาลเอกชน ทั้งนี้ควรสอบถามข้อมูลล่วงหน้าเพื่อวางแผนทางการเงิน

ผลข้างเคียงที่พบบ่อย vs สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที

การยุติการตั้งครรภ์ไม่ว่าจะเป็นวิธียาหรือหัตถการ อาจมีผลข้างเคียงบางอย่างซึ่งถือว่าปกติและจะหายไปเองภายในไม่กี่วัน อย่างไรก็ตาม มีบางสัญญาณที่บ่งชี้ภาวะแทรกซ้อนและต้องรีบพบแพทย์ทันที การรู้จักแยกแยะสัญญาณเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญ

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยและถือว่าปกติ:

  • เลือดออกและมีลิ่มเลือดออกมา 1-2 สัปดาห์ (ปกติจะมากกว่าประจำเดือนในวันแรกๆ แล้วค่อยๆ ลดลง)
  • ปวดท้องคล้ายปวดประจำเดือน สามารถบรรเทาด้วยยาแก้ปวดที่แพทย์สั่ง
  • คลื่นไส้ อาเจียน โดยเฉพาะในวิธียา มักเกิดหลังรับยาและหายภายใน 1-2 วัน
  • ท้องเสีย ร่างกายอ่อนเพลีย อาการเหล่านี้มักเกิดจากฮอร์โมน Misoprostol
  • เต้านมตึงหรือคัดนม เนื่องจากฮอร์โมนยังคงอยู่ในระบบ จะค่อยๆ ลดลงภายใน 1 สัปดาห์
  • อารมณ์แปรปรวน ความรู้สึกผสมปนเปกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

สัญญาณที่ต้องติดต่อแพทย์หรือไปโรงพยาบาลทันที:

  • เลือดออกมากผิดปกติ — ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยมากกว่า 2 ชิ้นต่อชั่วโมงเป็นเวลา 2 ชั่วโมงติดต่อกัน
  • มีไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส เป็นเวลานานกว่า 24 ชั่วโมง อาจบ่งชี้การติดเชื้อ
  • ปวดท้องรุนแรงที่ไม่ตอบสนองต่อยาแก้ปวดหรือปวดมากขึ้นเรื่อยๆ
  • ตกขาวมีกลิ่นเหม็น เป็นสัญญาณของการติดเชื้อในมูลฝอย
  • เวียนศีรษะมาก หน้ามืด หรือเป็นลม อาจเป็นสัญญาณเสียเลือดมาก
  • คลื่นไส้อาเจียนอย่างรุนแรงจนดื่มน้ำไม่ได้

หากพบอาการใดอาการหนึ่งข้างต้น ควรติดต่อโรงพยาบาลที่ให้บริการทันที หรือโทรสายด่วนฉุกเฉิน 1669 การรักษาตามเวลาช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้

การดูแลตัวเองหลังการยุติการตั้งครรภ์

การดูแลตัวเองหลังการยุติการตั้งครรภ์เป็นสิ่งสำคัญต่อการฟื้นตัวทั้งทางกายและจิตใจ แม้ว่าร่างกายส่วนใหญ่จะฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว แต่การดูแลที่เหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนและส่งเสริมการฟื้นฟูที่สมบูรณ์

คำแนะนำในการดูแลตัวเองทางกาย:

  • พักผ่อนให้เพียงพอ — หลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักและยกของหนักในช่วง 3-7 วันแรก อนุญาตให้ร่างกายฟื้นตัวอย่างเต็มที่
  • รักษาความสะอาดของอวัยวะสืบพันธุ์ — ล้างทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาดเท่านั้น หลีกเลี่ยงการใช้สบู่หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดภายในช่องคลอด ไม่ควรแช่อ่างหรือว่ายน้ำจนกว่าเลือดจะหยุดสนิท
  • งดมีเพศสัมพันธ์ 2-4 สัปดาห์ — เพื่อให้มดลูกฟื้นตัวสมบูรณ์และลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ หากจะมีเพศสัมพันธ์หลังจากนั้น ควรใช้ถุงยางอนามัยหรือวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสม
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ — เน้นอาหารที่อุดมด้วยธาตุเหล็ก โปรตีน และวิตามิน เพื่อชดเชยการสูญเสียเลือด อาหารเช่นเนื้อแดง ผักใบเขียว ถั่ว และผลไม้
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ — อย่างน้อย 8-10 แก้วต่อวัน ช่วยในการฟื้นตัวและขับของเสียออกจากร่างกาย
  • ทานยาตามแพทย์สั่ง — รับประทานยาปฏิชีวนะครบตามที่แพทย์สั่ง แม้อาการจะดีขึ้นแล้ว เพื่อป้องกันการติดเชื้อ

การดูแลสุขภาพจิต:

  • อนุญาตให้ตัวเองรู้สึกอารมณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความโล่งใจ ความเศร้า หรือความสับสน — ทั้งหมดเป็นเรื่องปกติ
  • พูดคุยกับคนที่ไว้ใจได้หรือผู้ให้คำปรึกษาทางจิตใจ หากรู้สึกว่าจำเป็น
  • หลีกเลี่ยงการตัดสินตัวเอง การตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์เป็นสิทธิของคุณ
  • หากมีอาการซึมเศร้า วิตกกังวล หรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง ควรขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญทันที โทร 1323 สายด่วนสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต

ประจำเดือนมักจะกลับมาภายใน 4-8 สัปดาห์หลังหัตถการ และการตกไข่อาจเกิดขึ้นได้เร็วถึง 2 สัปดาห์หลังทำแท้ง ดังนั้นหากไม่ต้องการตั้งครรภ์ ควรเริ่มใช้วิธีคุมกำเนิดทันทีที่มีเพศสัมพันธ์อีกครั้ง แพทย์สามารถให้คำแนะนำเรื่องวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสมได้ในวันนัดติดตามผล

คำถามที่พบบ่อย

การทำแท้งในไทยผิดกฎหมายหรือไม่?

การทำแท้งในไทยไม่ผิดกฎหมายอีกต่อไปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) ผู้หญิงสามารถยุติการตั้งครรภ์ได้โดยไม่มีเงื่อนไขหากอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ และสามารถทำได้ถึง 20 สัปดาห์หลังรับคำปรึกษาจากแพทย์ กรณีพิเศษเช่นตั้งครรภ์จากการถูกข่มขืน ทารกพิการรุนแรง หรือเสี่ยงต่อสุขภาพแม่ สามารถทำได้ทุกอายุครรภ์ อย่างไรก็ตาม การทำแท้งต้องดำเนินการโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตเท่านั้น

ทำแท้งได้ถึงอายุครรภ์เท่าไหร่?

อายุครรภ์ที่สามารถยุติการตั้งครรภ์ได้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ สำหรับกรณีทั่วไป สามารถทำได้โดยไม่มีเงื่อนไขถึง 12 สัปดาห์ หากอายุครรภ์อยู่ระหว่าง 12-20 สัปดาห์ ต้องผ่านกระบวนการรับคำปรึกษาทางเลือกจากทีมแพทย์และมีระยะเวลาพิจารณา 2-7 วันตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2565 สำหรับกรณีพิเศษ ได้แก่ การตั้งครรภ์จากการถูกข่มขืนหรือล่วงละเมิดทางเพศ ทารกมีความผิดปกติรุนแรงที่ไม่สามารถรักษาได้ หรือการตั้งครรภ์เสี่ยงต่อสุขภาพกายหรือจิตใจของมารดาอย่างร้ายแรง สามารถยุติการตั้งครรภ์ได้ทุกอายุครรภ์โดยไม่มีข้อจำกัด

จำเป็นต้องแจ้งความหากตั้งครรภ์จากการถูกข่มขืนหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องแจ้งความก่อนเพื่อเข้ารับบริการยุติการตั้งครรภ์ นี่เป็นความเข้าใจผิดที่พบบ่อยมาก กฎหมายปัจจุบันไม่ได้กำหนดให้ผู้ตั้งครรภ์จากการถูกข่มขืนต้องมีหลักฐานการแจ้งความก่อน แพทย์สามารถให้บริการได้ทันทีหากผู้รับบริการแจ้งว่าตั้งครรภ์มาจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ และสามารถทำได้ทุกอายุครรภ์โดยไม่มีข้อจำกัด อย่างไรก็ตาม หากต้องการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด การแจ้งความและเก็บพยานหลักฐานเป็นสิ่งสำคัญ แต่นั่นแยกออกจากการเข้าถึงบริการทางการแพทย์

สามารถเข้ารับบริการทำแท้งฟรีที่โรงพยาบาลรัฐได้หรือไม่?

โรงพยาบาลรัฐบางแห่งอาจให้บริการยุติการตั้งครรภ์ฟรีหรือคิดค่าใช้จ่ายต่ำมาก โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) หรือสิทธิประกันสังคม อย่างไรก็ตาม นโยบายแตกต่างกันไปตามแต่ละโรงพยาบาล บางแห่งอาจคิดค่าบริการบางส่วน โดยทั่วไปค่าใช้จ่ายที่โรงพยาบาลรัฐจะต่ำกว่าสถานพยาบาลเอกชนมาก อยู่ในช่วง 0-5,000 บาท ขณะที่คลินิกเอกชนอาจคิดค่าบริการ 5,000-15,000 บาท ขึ้นอยู่กับอายุครรภ์และวิธีการ ควรติดต่อสอบถามโรงพยาบาลในเครือข่าย RSA ล่วงหน้าเพื่อทราบรายละเอียดค่าใช้จ่ายและเอกสารที่ต้องเตรียม

หากโรงพยาบาลปฏิเสธให้บริการ ควรทำอย่างไร?

แม้กฎหมายจะอนุญาตให้ยุติการตั้งครรภ์ได้ แต่อาจมีบางโรงพยาบาลหรือแพทย์บางท่านที่ปฏิเสธให้บริการด้วยเหตุผลส่วนตัวหรือความเชื่อทางศาสนา หากเกิดสถานการณ์นี้ ควรขอรับการส่งต่อไปยังสถานพยาบาลหรือแพทย์ท่านอื่นที่สามารถให้บริการได้ ผู้รับบริการมีสิทธิ์ขอรับการส่งต่อตามกฎหมาย นอกจากนี้ สามารถติดต่อสายด่วนกรมอนามัย 1663 เพื่อขอคำปรึกษาและข้อมูลสถานพยาบาลในเครือข่าย RSA ที่ใกล้ที่สุดซึ่งให้บริการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยและถูกกฎหมาย หรือเข้าไปดูข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ rsathai.org ที่มีรายชื่อโรงพยาบาลกว่า 1,300 แห่งทั่วประเทศ

การทำแท้งมีผลต่อการมีลูกในอนาคตหรือไม่?

การยุติการตั้งครรภ์ที่ทำโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตและมีการดูแลหลังหัตถการอย่างเหมาะสม ไม่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการมีบุตรในอนาคต นี่เป็นความเชื่อผิดที่แพร่หลายมากแต่ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์รองรับ การศึกษาวิจัยจำนวนมากแสดงให้เห็นว่าผู้หญิงที่เคยยุติการตั้งครรภ์สามารถตั้งครรภ์และมีลูกได้ปกติเช่นเดียวกับผู้หญิงที่ไม่เคยทำ อย่างไรก็ตาม การทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย เช่น ใช้ยาเองโดยไม่มีแพทย์ดูแล หรือใช้วิธีการที่ไม่ถูกสุขลักษณา อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น การติดเชื้อในมดลูก การเกิดพังผืดในอวัยวะสืบพันธุ์ หรือการบาดเจ็บของมดลูก ซึ่งอาจส่งผลต่อการมีบุตรในอนาคตได้

ยาทำแท้งซื้อเองได้หรือไม่?

ไม่ได้ และไม่ควรทำเด็ดขาด ยา Mifepristone และ Misoprostol ที่ใช้ยุติการตั้งครรภ์เป็นยาควบคุมพิเศษตามกฎหมาย และต้องได้รับภายใต้การดูแลของแพทย์ที่มีใบอนุญาตเท่านั้น การซื้อยาทางออนไลน์หรือจากแหล่งที่ไม่ถูกกฎหมายมีความเสี่ยงสูง เพราะยาอาจเป็นของปลอม มีขนาดไม่ถูกต้อง หรือหมดอายุ การใช้ยาโดยไม่มีแพทย์ดูแลอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น เลือดออกมาก การติดเชื้อ หรือการยุติครรภ์ไม่สมบูรณ์ที่ต้องทำหัตถการเพิ่มเติม หากต้องการใช้วิธียุติการตั้งครรภ์ ควรติดต่อโรงพยาบาลหรือคลินิกที่ถูกกฎหมายเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันมีบริการที่เข้าถึงได้ง่ายและมีราคาที่สมเหตุสมผล

การทำแท้งหลัง 20 สัปดาห์ทำได้ในกรณีใดบ้าง?

การยุติการตั้งครรภ์หลังอายุครรภ์ 20 สัปดาห์สามารถทำได้เฉพาะในกรณีพิเศษที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น ได้แก่ (1) การตั้งครรภ์มาจากการถูกข่มขืนหรือล่วงละเมิดทางเพศ (2) ทารกในครรภ์มีความผิดปกติรุนแรงหรือพิการอย่างถาวรที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ โดยต้องมีความเห็นจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างน้อย 2 ท่าน (3) การตั้งครรภ์ต่อไปจะก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพกายหรือจิตใจของมารดา เช่น มีโรคประจำตัวที่ทำให้การตั้งครรภ์เสี่ยงต่อชีวิต หรือ (4) ผู้ตั้งครรภ์มีอายุต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ การตัดสินใจในกรณีเหล่านี้จะต้องผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและต้องทำที่สถานพยาบาลที่มีความพร้อมเท่านั้น


แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564
  • ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือก พ.ศ. 2565
  • เครือข่าย RSA กรมอนามัย — rsathai.org
  • สายด่วนกรมอนามัย 1663
⚠️ข้อมูลในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์สำหรับกรณีเฉพาะบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ที่มีใบอนุญาตก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

บทความที่เกี่ยวข้อง

โรงพยาบาลคลองตัน บริการยุติการตั้งครรภ์ ข้อมูลครบคำถามที่พบบ่อย
โรงพยาบาลคลองตัน บริการยุติการตั้งครรภ์ ข้อมูลครบ
27 มิถุนายน 2569
ตกขาวหลังทำแท้ง สีและลักษณะที่ควรรู้สุขภาพ
ตกขาวหลังทำแท้ง สีและลักษณะที่ควรรู้
26 มิถุนายน 2569
ทำแท้งซ้ำหลายครั้ง ผลกระทบสุขภาพที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจสุขภาพ
ทำแท้งซ้ำหลายครั้ง ผลกระทบสุขภาพที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
25 มิถุนายน 2569
ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการทำแท้งในไทย: ข้อเท็จจริงที่ต้องรู้ 2025 | Abortion Thailand